ข่าว

 ข่าว

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ | KASTAR ผนึกกำลังทีม EVOSIL ภายใต้การนำของศาสตราจารย์รับเชิญแห่งมหาวิทยาลัยเคมีเทคโนโลยีปักกิ่ง เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวัสดุชีวภาพคาร์บอนลบ (Negative-Carbon)

ภาพรวม | OVERVIEW

เมื่อเร็วๆ นี้ Shanghai Kastar Chemical Co., Ltd. และ บริษัท Anhui Evolution Silicon Nanomaterials Technology Co., Ltd. ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายจะผสานทรัพยากรเครือข่ายศิษย์เก่า เทคโนโลยีการวิจัยและพัฒนาขั้นแนวหน้า รวมถึงกำลังการผลิตวัสดุสีเขียวชนิดใหม่ เพื่อร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรของ "ซิลิกาชีวภาพแบบคาร์บอนลบ (Bio-based White Carbon Black)" ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนและคาร์บอนต่ำในอุตสาหกรรมยาง สีและสารเคลือบ และเคมีภัณฑ์อุปโภคบริโภค

01 รากฐานความร่วมมืออันแน่นแฟ้นผ่านสายสัมพันธ์ทางสถาบันการศึกษา

1. สายสัมพันธ์มหาวิทยาลัย-ภาคธุรกิจ (University-Enterprise Bond)

1_1.jpg

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้มีรากฐานมาจากความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับสถาบันการศึกษา: คุณเหอ เจี้ยนเฉียน (He Jianquan) กรรมการผู้จัดการของ KASTAR เป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยเคมีเทคโนโลยีปักกิ่ง (BUCT) ในขณะที่ Evolution Silicon เป็นวิสาหกิจรุ่นใหม่ที่ถือกำเนิดและได้รับการบ่มเพาะด้านการวิจัย พัฒนา และการพาณิชย์จากมหาวิทยาลัยเคมีเทคโนโลยีปักกิ่ง ด้วยการใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์วัสดุของมหาวิทยาลัย ทั้งสองฝ่ายจึงร่วมมือกันผ่านสายสัมพันธ์ในฐานะศิษย์เก่า เพื่อสร้างช่องทางสองทางที่เชื่อมโยงระหว่างการนำผลงานวิจัยไปใช้เชิงพาณิชย์และการตอบรับของตลาด บรรลุซึ่งการเติมเต็มทรัพยากรซึ่งกันและกันและประโยชน์ร่วมกัน

2. ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D Strength)

2_1.jpg

Evolution Silicon ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยอาศัยการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมีเทคโนโลยีปักกิ่ง (BUCT) โดยมีทีมงานวิจัยและพัฒนารายได้นำโดยทีมของศาสตราจารย์และนักวิชาการ จาง ลี่ฉวิน (Zhang Liqun) จากสภาวิศวกรรมแห่งประเทศจีน ในฐานะนักวิชาการด้านยางคนแรกของสภาวิศวกรรมและผู้นำระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมยางระหว่างประเทศ ทีมงานของนักวิชาการ จาง ลี่ฉวิน ได้ทุ่มเทสั่งสมประสบการณ์มานานกว่าทศวรรษ จนถึงปัจจุบันได้ยื่นจดสิทธิบัตรมากกว่า 30 ฉบับ และได้รับอนุมัติสิทธิบัตรแล้ว 20 ฉบับ

3 ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม (Industry Leadership)

• เป็นองค์กรแรกในประเทศจีนที่ผลิตซิลิกาชีวภาพ (White Carbon Black) โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพและการดักจับคาร์บอน

• เป็นบริษัทผู้กำหนดมาตรฐานกลุ่มอุตสาหกรรมสำหรับซิลิกาชีวภาพที่ใช้ในงานยาง

• เป็นบริษัทแห่งแรกในประเทศจีนที่มีสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาอิสระสำหรับสายการผลิตซิลิกาชีวภาพผ่านกระบวนการคาร์บอเนตแบบครบวงจร

4. การรับรองมาตรฐาน (Certifications & Accreditations)

3_1.jpg

ผลิตภัณฑ์ทุกซีรีส์ของ Evolution Silicon ผ่านระบบการรับรองมาตรฐานที่ครอบคลุม เพื่อตอบสนองมาตรฐานการเข้าถึงห่วงโซ่อุปทานระดับไฮเอนด์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงตลาดส่งออก:

1.การรับรองระบบพื้นฐาน: ISO9001 (การจัดการคุณภาพ), ISO14001 (สิ่งแวดล้อม), ISO45001 (อาชีวอนและความปลอดภัย)

2.การรับรองอุตสาหกรรมยานยนต์: IATF16949 (ระบบบริหารคุณภาพห่วงโซ่อุปทานยานยนต์)

3.การรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์และความยั่งยืน: ISO14064 (คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์), ISO14040/14044 (การประเมินวัฏจักรชีวิต หรือ LCA), ISCC PLUS (การรับรองความยั่งยืนและคาร์บอนระหว่างประเทศ)

4.การรับรองการส่งออกต่างประเทศ: REACH (การเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรป), การทดสอบและรับรองจาก SGS ซึ่งเปรียบเสมือน "หนังสือเดินทางสีเขียว" สำหรับการขยายแบรนด์สู่ตลาดโลก

02 กระบวนการชีวภาพจากแกลบก้าวล้ำ: สู่ผลิตภัณฑ์ลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นลบ (Negative-Carbon)

4_1.jpg

แตกต่างจากกระบวนการตกตะกอนด้วยทรายควอตซ์แบบดั้งเดิมที่ใช้พลังงานสูง น้ำเสียมาก และมีการปล่อยคาร์บอนสูง Evolution Silicon ได้คิดค้นกระบวนการสีเขียวแบบ "การนำแกลบกลับมาใช้ประโยชน์ + การทำให้เป็นกรดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ (Rice Husk Valorization + Carbon Dioxide Acidification Green Process)" ซึ่งเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างแกลบให้กลายเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต บรรลุการรีไซเคิลของเสียทางการเกษตรและป่าไม้ได้อย่างแท้จริง

01 กระบวนการแบบดั้งเดิม: วิธีการตกตะกอนด้วยทรายควอตซ์ / กรดซัลฟิวริก (Quartz Sand / Sulfuric Acid Precipitation Method)

ซิลิกา (White carbon black) คือวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมยาง สีและสารเคลือบ และวัสดุใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม กระบวนการดั้งเดิมที่ใช้ทรายควอตซ์และกรดซัลฟิวริกซึ่งสืบทอดกันมาหลายสิบปีในอุตสาหกรรมนี้ ได้มาถึงทางตันในการพัฒนาแล้ว

กระบวนการแบบดั้งเดิมต้องนำทรายควอตซ์มาหลอมรวมกับโซเดียมคาร์บอเนตที่อุณหภูมิสูงถึง 1,600°C. เพื่อผลิตโซเดียมซิลิเกต จากนั้นจึงนำมาทำให้เป็นกรดเพื่อตกตะกอนเป็นซิลิกา โดยมีผลพลอยได้เป็นโซเดียมซัลเฟต

ข้อเสียของกระบวนการนี้มีความชัดเจนมาก:

• การใช้พลังงานต่อการผลิตซิลิกา 1 ตัน อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

• การใช้น้ำมากกว่า 20 ตันต่อผลิตภัณฑ์ 1 ตัน และก่อให้เกิดน้ำเสียที่มีความเค็มและซัลเฟตปริมาณมหาศาล สร้างแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล

• กระบวนการผลิตปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงประมาณ 4.2 ตันต่อผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป 1 ตัน ซึ่งการปล่อยคาร์บอนในระดับสูงเช่นนี้ทำให้ยากต่อการสอดรับกับนโยบายคาร์บอนคู่ (Dual-Carbon) และข้อกำหนดภาษีคาร์บอนสำหรับการส่งออก

กระบวนการของ Evolution Silicon: วิธีการใช้แกลบ / การทำให้เป็นกรดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ (Rice Husk / Carbon Dioxide Acidification Method)

5_1.jpg

6_1.jpg

นวัตกรรมกระบวนการผลิตซิลิกาจากแกลบและคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านเทคโนโลยีเศรษฐกิจหมุนเวียนของ Evolution Silicon ถือเป็นการยกระดับและปฏิวัติรูปแบบการผลิตแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง กระบวนการใหม่นี้ใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (แกลบ) เป็นวัตถุดิบ ความร้อนเหลือทิ้งจากไอน้ำที่เกิดจากการเผาแกลบถูกนำกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิตทั้งหมดเพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ขี้แกลบจะทำปฏิกิริยากับโซดาไฟเพื่อให้ได้โซเดียมซิลิเกต จากนั้นเปลี่ยนมาใช้คาร์บอนไดออกไซด์แทนกรดซัลฟิวริกในกระบวนการทำให้เป็นกรด เพื่อตกตะกอนเป็นซิลิกา โดยมีโซเดียมคาร์บอเนตเป็นผลพลอยได้

จุดเด่นของกระบวนการผลิตมีความโดดเด่นอย่างยิ่ง:

• ลดการใช้พลังงานลงอย่างมาก และสารละลายคาร์บอเนตฤทธิ์ด่างอ่อนที่เป็นผลพลอยได้สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ ช่วยแก้ปัญหามลพิษจากน้ำเสียซัลเฟตได้อย่างเบ็ดเสร็จ

• กระบวนการผลิตมีการดูดซับและใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตัว ส่งผลให้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ต่ำถึง -0.6 กิโลกรัม CO2 ต่อกิโลกรัม ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์คาร์บอนลบ (Carbon-negative) รายแรกในอุตสาหกรรม ตอบโจทย์ความต้องการการรับรอง ESG ของบริษัทปลายน้ำและข้อกำหนดกำแพงภาษีคาร์บอนในการค้าระหว่างประเทศได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายคาร์บอนคู่ (Dual-Carbon) ของประเทศอีกด้วย

จากการผลิตแบบดั้งเดิมที่ใช้พลังงานสูง มลพิษสูง และการปล่อยคาร์บอนสูง สู่การผลิตแบบหมุนเวียนคาร์บอนลบ กระบวนการผลิตซิลิกาชีวภาพแบบใหม่ของ Evolution Silicon ได้สร้างมาตรฐานต้นแบบสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำในกลุ่มวัสดุอนินทรีย์ชนิดใหม่ ซึ่งอาจเข้ามาพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมวัสดุซิลิกาโดยภาพรวม

03 จุดเด่นหลัก (Core Advantages)

1. ไอน้ำที่เกิดจากการเผาแกลบจะถูกป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยตรง ช่วยลดการใช้พลังงานในการผลิตลงอย่างมหาศาล

2. กระบวนการผลิตใช้ก๊าซ CO2 เป็นสารตั้งต้นในปฏิกิริยา ส่งผลให้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์อยู่ที่ -0.6 กิโลกรัม CO2 ต่อกิโลกรัม ถือเป็นวัสดุใหม่คาร์บอนลบที่หาได้ยากในอุตสาหกรรม

3. ผลพลอยได้มีเพียงน้ำเสียที่มีประจุคาร์บอเนตซึ่งบำบัดได้ง่ายและสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ แก้ไขปัญหาความท้าทายด้านมลพิษจากกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมได้ตั้งแต่ต้นทาง

7_1.jpg

8_1.jpg

ปัจจุบัน ทางบริษัทได้สร้างฐานการผลิตหลักแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานขนาดหมื่นตันในเมืองฟู่หยาง และโรงงานขนาดแสนตันในเมืองหนันทง พร้อมทั้งดำเนินงานสายการผลิตซิลิกาชีวภาพแบบคาร์บอนลบขนาดใหญ่แห่งแรกของโลก เทคโนโลยีคาร์บอนลบดังกล่าวได้รับการตรวจสอบรับรองและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญทรงคุณวุฒิของสหพันธ์อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีแห่งประเทศจีน (China Petroleum and Chemical Industry Federation) เป็นที่เรียบร้อย

03 สามผลิตภัณฑ์สีเขียวหลัก (Three Core Green Products)

9_1.jpg

ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีคาร์บอนเคมี (Carbonation Technology) อันเป็นเอกลักษณ์ Evolution Silicon ได้สร้างสรรค์กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก 3 ประเภท โดยบทความต่อๆ ไปจะนำเสนอรายละเอียดผลิตภัณฑ์และโซลูชันการใช้งานเชิงลึก

1.ซิลิกาชีวภาพ (Bio-Based White Carbon Black)

เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ยางรถยนต์สีเขียว วัสดุรองเท้า ยางซิลิโคน ยาสีฟัน อาหารสัตว์ ฯลฯ โดยสามารถปรับแต่งพื้นที่ผิวจำเพาะ (Specific Surface Area) ได้ตามความต้องการในช่วง 40–300 ตารางเมตรต่อกรัม

13.jpg

2.สารแขวนลอยซิลิกาชีวภาพ (Bio-Based Silica Slurry)

ปราศจากฝุ่น จัดเก็บและขนส่งได้ง่าย เหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบ กาว การผลิตกระดาษ และการลงกาวสิ่งทอ (Textile sizing)

14.jpg

3.สาร matting agent ซิลิกาชีวภาพ (Bio-Based Silica Matting Agent)

มีทั้งแบบชอบน้ำ (Hydrophilic) และไม่ชอบน้ำ (Hydrophobic) ใช้งานอย่างแพร่หลายในสีเคลือบเฟอร์นิเจอร์ สีฝุ่น และหมึกพิมพ์ โดยทำหน้าที่ทั้งช่วยลดความเงา (Matting) เพิ่มความหนืด (Thickening) และป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anti-caking)

15.jpg